คู่มือลุยเมืองหนาว 9 สิ่งขาดเธอฉันตายแน่!

คู่มือลุยเมืองหนาว 9 สิ่งขาดเธอฉันตายแน่!

ลมหนาวพัดหวนมาอีกระลอก แว่วมาว่าปีนี้จะหนาวยาวไปถึงเดือนกุมภาพันธ์เลยทีเดียว ขาเที่ยวที่ชอบขึ้นดอยแอ่วเหนือคงได้ไปหนาวกันจนฉ่ำปอด ว่าแต่...จะไปเที่ยวสัมผัสอุณหภูมิติดลบบนยอดดอยขนาดนั้น ก็ต้องเตรียมพร็อพกันหนาวไปด้วย ไม่ใช่แค่ช่วยให้ร่างกายอบอุ่นพร้อมสู้ลมหนาวเท่านั้นนะ แต่ยังเสริมความสวยหล่อให้คุณได้อีกเป็นกอง

สำหรับอุปกรณ์กันหนาวก็มีมากมายหลายอย่าง ก่อนจะไปเลือกซื้อกันก็ต้องสำรวจตัวเองก่อนว่าเป็นคนขี้หนาวระดับไหน เพราะในที่ที่อุณหภูมิเท่ากัน แต่ความทนทานอากาศหนาวของร่างกายแต่ละคนมันไม่เหมือนกันน่ะสิ ดังนั้นการตระเตรียมเครื่องกันหนาวจึงไม่มีคำว่าสูตรสำเร็จ สำหรับใครยังไม่มีไอเดียละก็ 'ไทยรัฐออนไลน์' จะพาไปดู 9 สิ่งของต้องประสงค์ที่ควรมีก่อนแพ็กกระเป๋าไปเที่ยวเมืองหนาว จะมีอะไรบ้างมาดูกันเลย!

เสื้อกันหนาวไหมพรมแบบหนาสำหรับคนขี้หนาว

1. เสื้อกันหนาวไหมพรม


นอกจากเสื้อยืดและกางเกงขายาวที่ต้องเตรียมไว้ก่อนเป็นทุนเดิม สิ่งที่ขาดไม่ได้อันดับแรกเมื่อจะต้องเดินทางไปเที่ยวเมืองหนาว นั่นคือ เสื้อกันหนาวไหมพรม หรือ สเวตเตอร์ ซึ่งมีหลากหลายแบบให้เลือก ถ้าสถานที่ที่จะไปเที่ยวมีอุณหภูมิตั้งแต่ 15 องศาเซลเซียสขึ้นไป ก็สามารถซื้อสเวตเตอร์ที่ทอบางๆ ไว้สำหรับสวมทับเสื้อยืดอีกที เท่านี้ก็ช่วยให้อุ่นขึ้นได้แล้ว แต่ถ้าเป็นคนขี้หนาวอาจจะต้องเลือกแบบที่ถักทอหนาๆ (ไหมพรมเส้นใหญ่) และตัวเสื้อยาวคลุมลงมาถึงสะโพก ก็จะช่วยให้อุ่นขึ้นได้อีกระดับหนึ่ง หรือจะเป็นเสื้อไหมพรมแบบที่มีฮูดด้านหลังก็เพิ่มความเท่ได้อีกเหมือนกัน แถมยังยกคลุมศีรษะช่วยกันลมหนาวได้ด้วย

เสื้อกันลม

2. เสื้อกันลม

เสื้อกันลมเหมาะกับการพกไปเที่ยวในที่ที่หนาวและลมแรง เช่นบนยอดภูยอดดอยต่างๆ ที่หลายคนชอบเดินทางไปเที่ยวชมทะเลหมอก แบบนั้นแหละ ลมแรงดีนักแล ดังนั้น ก่อนจะไปเที่ยวก็ต้องพกเสื้อกันลมไปด้วย โดยส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อที่ทำจากผ้าร่ม ทำให้ลมหนาวทะลุแทรกเข้ามาสัมผัสร่างกายไม่ได้ มันจึงช่วยให้เราอุ่นขึ้นได้มาก แต่ไม่ใช่ว่าใส่แค่เสื้อหนาวกันลมตัวเดียวนะ ด้านในก็ต้องสวมเสื้อยืดและเสื้อหนาวแขนยาวไว้ด้วย แต่ที่ต้องมีเจ้านี่เพิ่มอีกตัวก็เพราะเวลาไปชมทะเลหมอกตอนเช้าๆ ช่วงเวลานั้นอุณหภูมิมักจะแตะอยู่ไม่เกิน 10 องศา แค่เสื้อหนาวธรรมดาๆ มันเอาไม่อยู่หรอก เชื่อเถอะ! และส่วนใหญ่เสื้อกันหนาวแบบกันลมก็มักจะมีหมวกติดมาให้พร้อมอยู่แล้ว เรียกว่าสะดวกมากๆ

ลองจอนสำหรับผู้ชาย ผ้าแนบเนื้อช่วยรักษาความอบอุ่น

3. ลองจอนหรือฮีตเทค

สำหรับใครที่ไม่ได้สู้หนาวแค่ในประเทศ แต่ไปวัดใจกันถึงต่างแดน เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี หรือแถบยุโรปในหน้าหนาว เรียกว่ามีติดลบด้วยแน่ๆ ถ้ารู้ตัวว่าต้องเดินทางไปเจออุณหภูมิสุดโหดตั้งแต่ 5 องศาลงมาถึงติดลบละก็ ให้ไปหาซื้อลองจอนมาไว้ได้เลย โดยมีให้เลือกซื้อทั้งเสื้อและกางเกง ส่วนใหญ่จะเป็นผ้าเนื้อบางแต่อุ่น บางรุ่นมีขนนุ่มๆ ด้านในช่วยดักความร้อนของร่างกายไม่ให้ระบายออกมา จึงทำให้เราอุ่นได้ตลอดเวลาที่เที่ยวในเมืองหนาวได้โดยไม่ต้องตัวสั่นฟันกระทบกันให้น่ารำคาญใจ วิธีการสวมก็ต้องสวมเจ้านี่ไว้ด้านในเหมือนเป็นชุดชั้นในอีกชั้น จากนั้นจึงสวนเสื้อผ้าตามปกติ และค่อยสวมทับด้วยเสื้อกันหนาวอีกชั้นไม่ว่าจะเป็นแบบไหมพรมหรือแบบกันลมก็แล้วแต่สะดวก แต่ข้อควรระวังคือ หากต้องเดินทางนานๆ ควรเตรียมลองจอนไปสัก 2-3 ชุดไว้ผลัดเปลี่ยน เนื่องจากลองจอนมันไม่ระบายความร้อนรวมถึงเหงื่อของเรา ดังนั้น ถ้าใส่ซ้ำๆ อยู่ตลอดทุกวัน ก็อาจจะเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ตามมาได้

ถุงเท้าไหมพรม

4. ถุงเท้า
ถ้าไปในที่ที่ไม่หนาวมากสัก 10 องศาขึ้นไป ก็อาจจะใส่ถุงเท้าทอไหมพรมธรรมดาก็ได้ แต่ถ้าไปที่ที่อุณหภูมิเย็นจัดหรือติดลบ ต้องดูแลเท้าให้อุ่นเป็นพิเศษ ควรเลือกถุงเท้าที่ทำจากผ้า Wool เพราะจะมีความหนาเป็นพิเศษ สามารถดักความร้อนของร่างกายไว้ได้ จึงทำให้อุ่นกว่าแบบแรก หรือถ้าเป็นคนขี้หนาวก็ต้องเลือกแบบที่ยาวขึ้นมาถึงหน้าแข้งหรือหัวเข่าก็จะช่วยให้อุ่นขึ้นอีกระดับหนึ่ง

5. ถุงมือ

ถ้าไปเที่ยวสัมผัสอากาศหนาวในเมืองไทย ก็ไม่จำเป็นต้องสวมถุงมือก็ได้ แต่ถ้าไปต่างประเทศที่หนาวติดลบละก็ถุงมือนี่จำเป็นมากพอๆ กับถุงเท้าเลยทีเดียว เพราะถ้าปล่อยให้มือเย็นนานๆ ก็อาจทำให้ป่วยได้ สำหรับถุงมือจะเลือกเป็นผ้า Wool ทั้งชิ้น หรือ ข้างนอกเป็นหนังข้างในบุผ้า Wool ก็ได้ ขึ้นอยู่กับระดับความหนาวที่มากน้อยต่างกัน หรือถ้าหนาวมากๆ ถึงขั้นหิมะตก ต้องนี่เลย ถุงมือสำหรับเล่นสกี ขอบอกว่าอุ่นจริงจังมาก คอนเฟิร์ม!

รองเท้าบูทสู้หิมะ

6. รองเท้าหุ้มส้น
บางคนอาจจะคิดว่าแค่สวมรองเท้าผ้าไปไปก็อุ่นแล้ว แต่สำหรับเมืองที่หนาวจัดจนมีหิมะตก แค่นั้นไม่พอหรอก ต้องเลือกหารองเท้าที่บุขนสัตว์ด้านใน รวมถึงพื้นรองเท้าก็ต้องสามารถเกาะยึดบนหิมะได้ดี ไม่ทำให้เราลื่น เช่น รองเท้าบู๊ต ซึ่งก็มีให้เลือกหลายแบบหลายสี แต่ไม่ใช่ว่าเลือกแบบที่สวยอย่างเดียวนะ ต้องดูฟังก์ชั่นการใช้งานด้วยว่าสวมสบายหรือเปล่า อย่าลืมว่าการเดินทางท่องเที่ยวเราต้องเดินเยอะ ต้องสวมมันทั้งวัน ดังนั้น วัสดุที่รองรับเท้าด้านในก็ควรรองรับน้ำหนักตัวได้ดี ควรมีพื้นรองเท้าที่นุ่มสบายด้วย

ผ้าพันคอหลายแบบหลากสไตล์

7. ผ้าพันคอ
สำหรับผ้าเป็นคอก็เป็นไอเทมที่สาวๆ ไม่พลาดที่จะต้องมีติดตัวไปเที่ยวทุกครั้ง แนะนำว่าควรพกไป 2 ผืน แบบบางและแบบหนาเพื่อการใช้งานที่ครอบคลุม ถ้าไปเจออากาศหนาวจัดหรือมีหิมะตกก็ควักแบบหนาออกมาใช้ ควรเป็นผ้าทอไหมพรมเส้นใหญ่และทอหน้ากว้าง ผืนใหญ่ เวลาเอามาใช้งานจะสามารถปิดขึ้นมาได้ถึงบริเวณปาก ส่วนชายผ้าอีกด้านก็ปิดลงมาคลุมไหล่ได้ แบบนี้จะช่วยให้อุ่นขึ้นได้มาก เวิร์กสุดๆ แต่ถ้าอากาศช่วงกลางวันที่ไม่ค่อยหนาวมาก ก็สลับเอาผ้าพันคอแบบบางมาคลุมไหล่เก๋ๆ และด้วยความที่การเดินเที่ยวช่วงกลางวันมักจะเหงื่อออกเยอะกว่าการเดินเที่ยวช่วงกลางคืน การใช้ผ้าพันคอแบบบางจึงช่วยให้ระบายเหงื่อได้ดี

ที่ปิดหูกันหนาวเก๋ๆ

8. ที่ปิดหูกันหนาว
อุปกรณ์กันหนาวชิ้นนี้เหมาะกับการไปเที่ยวในสถานที่ที่หนาวจัดหรือมีลมแรง ก็จะช่วยให้อุ่นขึ้นได้มาก เดี๋ยวนี้มีให้เลือกหลายแบบ ทั้งขนสัตว์ ไหมพรม และที่เป็นผ้าสักหลาด บางคนอาจคิดว่าใส่หมวกคลุมไปเลยน่าจะอุ่นกว่า แต่แบบนั้นมันไม่น่ารักกิ๊บเก๋เหมือนใส่ที่ปิดหูน่ะสิ ดังนั้นก็อย่าแปลกใจไปเลยที่จะเห็นสาวๆ เลือกสวมที่ปิดหูกันหนาวแบบนี้แทนที่จะใส่หมวกคลุมปิดทั้งศีรษะ

เสื้อขนเป็ด สุดยอดตัวช่วยสู้ลมหนาว

9. เสื้อขนเป็ด


ถ้าหนาวถึงขีดสุดก็สวมเสื้อขนเป็ดมันซะเลย นอกจากภายนอกของตัวเสื้อที่กันลมได้เป็นอย่างดีแล้ว ตัวเสื้อที่เป็นปล้องๆ ยังยัดขนเป็ดจนแน่นเพื่อเป็นชนวนกันความหนาวเย็นได้อย่างดี ส่วนใหญ่ถ้าไปเที่ยวในเมืองท่องเที่ยวที่อากาศหนาวจัด นักเดินทางมักไม่พลาดที่จะหอบเจ้าเสื้อขนเป็ดติดตัวไปด้วยทุกครั้ง แม้ว่ามันจะตัวใหญ่พับใส่กระเป๋าก็กินเนื้อที่ แต่ยังไงพกไปก็ดีกว่าไปเที่ยวแบบไม่มีความสุข เพราะหนาวจนตัวแข็งทื่อไปหมด จริงมั้ย?!!

ขอบคุณข้อมูลจาก www.thairath.co.th  

ขอบคุณภาพจาก www.freepik.com